Open Daily : 10:00 - 20:00
Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLChospital
SLC Online

ไขข้อสงสัย! เจาะลึก หัว Ulthera 3 ระดับความลึก ยกกระชับทั้งที… ทำไมใช้หัวเดียวไม่ได้?

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนทำโปรแกรมยกกระชับ Ultherapy Prime มาแล้วหน้ายก กรอบหน้าชัดเว่อร์ แต่บางคนกลับรู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่สุด? ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนช็อต” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อาวุธลับที่เรียกว่า “หัว Ulthera” (Transducer) นั่นเอง! 

หลายคนที่กำลังสนใจยกหน้านวัตกรรมนี้ มักจะเริ่มต้นด้วยคำถามเบสิกว่า Ulthera คือ อะไร? Ulthera ช่วยอะไร บ้าง? และที่สำคัญคือ ทำไมบางคลินิกถึงบอกว่าต้องใช้หลายหัวผสมกัน? วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกความลับระดับมิลลิเมตรใต้ชั้นผิว ที่จะเปลี่ยนมุมมองการยกกระชับหน้าของคุณไปตลอดกาล! 

รู้ก่อนทำ! ทำไม “หัว Ulthera” ถึงเป็นคีย์เวิร์ดลับที่ต้องรู้? 

การทำโปรแกรม Ultherapy Prime หรือ Ulthera นั่น ไม่ใช่แค่การเอาเครื่องมือมาแนบผิวแล้วยิงพลังงานให้ครบๆ จบๆ ไปนะ แต่คืองานศิลปะทางการแพทย์ที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก เพราะผิวหน้าของเราในแต่ละจุด “หนา-บางไม่เท่ากัน” และปัญหาความหย่อนคล้อยก็ซ่อนตัวอยู่ใน “ระดับความลึกที่ต่างกัน” 

  • บางคนแก้มย้อยเพราะโครงสร้างผิวชั้นลึกพัง 
  • บางคนมีริ้วรอยเล็กๆ ผิวดูไม่แน่นฟูจากผิวชั้นตื้น 

การเลือก หัว Ulthera ให้แมตช์กับ “ชั้นผิวเป้าหมาย” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ออกแบบการรักษาได้แบบ Personalization (เฉพาะบุคคล) ลดโอกาสที่พลังงานจะสูญเปล่า และตอบโจทย์ปัญหาผิวได้แบบตรงจุดที่สุดค่ะ  

สรุปชัด ๆ Ulthera คือ อะไร? แล้วโปรแกรมยกกระชับหน้า Ultherapy Prime ช่วยอะไรบ้าง? 

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน โปรแกรม Ultherapy Prime หรือ Ulthera คือ เทคโนโลยีการยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะจุด (Micro-Focused Ultrasound with Visualization – MFU-V) ส่งพลังงานความร้อนลงไปใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดดึงหน้า 

จุดเด่นที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ยืนหนึ่งในวงการความงาม คือระบบหน้าจอ Real-time Visualization ที่เปรียบเสมือน “GPS นำทาง” ให้แพทย์มองเห็น “มองเห็นโครงสร้างผิว” ใต้หน้าเราจริงๆ ก่อนที่จะกดปล่อยพลังงานลงไป เพราะชั้นผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่อให้เป็นบริเวณแก้มเหมือนกัน คนหนึ่งอาจมีชั้นไขมันหนา อีกคนอาจมีชั้นผิวบาง หรือมีโครงสร้างผิวที่หย่อนในระดับลึกกว่า 

แล้วตกลงโปรแกรม Ulthera ช่วย อะไร? คำตอบคือ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่อง “ยกหน้า” อย่างที่หลายคนเข้าใจค่ะ แต่นวัตกรรมนี้สามารถช่วย 

  • ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณแก้ม คาง และลำคอ  
  • เก็บกรอบหน้า (Jawline) ให้ดูคมชัดขึ้น 
  • ฟื้นฟูผิวที่ดูหลวม ไม่แน่น ให้กลับมากระชับและยืดหยุ่น โดยการกระตุ้นคอลลาเจน 
  • ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ บริเวณรอบดวงตาหรือหน้าผาก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และการประเมินของแพทย์แต่ละบุคคล) 

เจาะลึกโครงสร้างผิว: ทำไมต้องรู้จัก Collagen-Rich Layer? 

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ หัว Ulthera แต่ละแบบยิงยังไง ช่วยอะไร เราต้องเข้าใจก่อนว่า “คอลลาเจนไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ผิวชั้นเดียว” แต่มันซ่อนอยู่ในหลายระดับความลึก ซึ่งเป้าหมายหลักของการทำ Ulthera คือการยิงพลังงานลงไปที่ชั้น Collagen-Rich Layer (ชั้นที่มีคอลลาเจนหนาแน่น) ซึ่งแบ่งหลักๆ ได้ 2 ชั้น ดังนี้ 

1. ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ชั้นนี้คือแหล่งผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินหลักของผิว แบ่งย่อยง่ายๆ เป็น: 

  • Superficial Dermis (ผิวชั้นตื้น): ช่วยเรื่องความเนียน ริ้วรอยเล็กๆ รูขุมขน และ Texture ผิว 
  • Deep Dermis (ผิวชั้นลึก): โครงข่ายคอลลาเจนจะแน่นกว่า การยิงพลังงานลงชั้นนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ทำให้ผิวแน่นฟู เด้งกระชับจากภายใน 

2. ชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อ (SMAS) นี่คือ “ชั้นโครงสร้างหลัก” ที่อยู่ลึกที่สุด (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) คอลลาเจนชั้นนี้จะมีความเหนียวและแข็งแรงมาก ทำหน้าที่พยุงหน้าเราไว้ไม่ให้ย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง หากชั้น SMAS หย่อนเมื่อไหร่ แก้มจะเริ่มตก เหนียงจะเริ่มมา และกรอบหน้าจะหายไปทันที 

นี่คือเหตุผลที่ หัว Ulthera มีหลายหัว อย่างเช่น หัว 4.5 mm ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานกับชั้นโครงสร้างระดับลึก ไม่ใช่เพื่อดูแลผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว 

เจาะลึก หัว Ulthera ทั้ง 3 แบบ แตกต่างกันอย่างไร? ทำไมถึงมีหลายหัว 

สำหรับ หัว Ulthera หรือ Transducer ในโปรแกรมยกกระชับอย่างง Ultherapy Prime นั้น ทำหน้าที่เป็นตัวส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวแบบเฉพาะเจาะจง โดยถูกออกแบบมาให้มีความลึกถึง 3 ระดับ ได้แก่ 1.5 mm, 3.0 mm และ 4.5 mm สาเหตุที่ต้องมีหลายระดับก็เพราะผิวแต่ละชั้นต้องการการดูแลที่ต่างกัน บางชั้นเน้นจัดการริ้วรอยตื้นและรูขุมขนให้เรียบเนียน ในขณะที่ผิวชั้นลึกต้องการการกระตุ้นความแน่นฟูและการยกกระชับโครงหน้าที่หย่อนคล้อย 

ดังนั้น การใช้หัวเพียงขนาดเดียวอาจไม่ครอบคลุมทุกปัญหาผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวเริ่มหลวม การเลือกใช้ หัว Ulthera จึงควรผ่านการประเมินจากชั้นผิวจริงของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุด ไม่ใช่วัดจากจำนวนช็อตหรือจำนวนหัวเพียงอย่างเดียว 

แต่ละหัวไม่ได้มีไว้ใช้แทนกัน เพราะเป้าหมายของแต่ละชั้นผิวต่างกัน 

หัว Ulthera  ชั้นผิวเป้าหมาย  เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย  เหมาะกับปัญหาโดยทั่วไป  
1.5 mm  Superficial Dermis  เก็บผิวหน้าให้เรียบเนียน  ริ้วรอยตื้น ผิวไม่เรียบ รูขุมขน Texture ผิว  
3.0 mm  Deep Dermis  เสริมความแน่นของผิว  ผิวไม่แน่น ผิวเริ่มหย่อน ความฟูและความยืดหยุ่นของผิว  
4.5 mm  SMAS / ชั้นพังผืดลึก  วางฐานผิวให้แข็งแรง  แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง ผิวหย่อนคล้อยระดับโครงสร้าง  

หัว Ulthera 4.5 mm : ลงลึกถึงชั้น SMAS เหมือน “เสาเข็มของใบหน้า” 

หัว Ulthera Program 4.5 mm เป็นหัวที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างสำคัญในการพยุงใบหน้า หากเปรียบก็เหมือน “โครงสร้างหลักใต้ผิว” ที่ช่วยพยุงผิวหน้าและกรอบหน้าให้ดูยกกระชับขึ้น  

พลังงานความร้อนแบบเฉพาะจุดจะทำให้เกิดการหดตัวในชั้นเป้าหมาย และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของผิว จึงมักถูกนำมาใช้ในบริเวณที่ต้องการการยกกระชับระดับลึก เช่น กรอบหน้า แก้มล่าง แนวขากรรไกร หรือบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยมากกว่าผิวชั้นบน 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกบริเวณจะเหมาะกับหัวลึกเสมอไป เพราะถ้าผิวบางมาก หรือเป็นบริเวณที่มีชั้นเนื้อเยื่อน้อย แพทย์อาจต้องปรับหัว ปรับพลังงาน หรือหลีกเลี่ยงบางจุดตามความเหมาะสม 

หัว Ulthera 3.0 mm : เสริมความแน่นฟูในชั้น Deep Dermis 

หัว Ulthera Program 3.0 mm ทำงานในชั้น Deep Dermis หรือผิวหนังแท้ระดับลึก ซึ่งเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับความแน่น ความยืดหยุ่น และคุณภาพผิวจากภายใน 

ถ้าเปรียบกับการสร้างบ้าน หัว 4.5 mm คือการลงเสาเข็ม ส่วนหัว 3.0 mm คือการเทปูนและวางโครงเหล็กให้ผนังแข็งแรงขึ้น เพราะเป็นชั้นที่ช่วยเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูมีความแน่นขึ้นในระยะต่อมา 

หัวนี้จึงมักถูกใช้ร่วมกับหัวอื่นในบริเวณแก้ม ใต้คาง หรือบริเวณที่ผิวเริ่มดูไม่กระชับ แต่ยังต้องการดูแลคุณภาพผิวไปพร้อมกัน 

หัว Ulthera 1.5 mm: เก็บรายละเอียดผิวชั้นตื้น 

หัว Ulthera 1.5 mm ทำงานในชั้น Superficial Dermis หรือผิวหนังแท้ส่วนบน เหมาะกับการดูแลรายละเอียดผิวในระดับตื้น เช่น ริ้วรอยเล็ก ๆ ความเรียบเนียนของผิว รูขุมขน หรือผิวที่ดูไม่กระชับในระดับพื้นผิว

 

ถ้าเปรียบกับบ้าน หัวนี้คือการฉาบผนังและเก็บผิวให้เรียบสวย แม้ไม่ได้ลงลึกเท่าหัว 4.5 mm แต่มีบทบาทสำคัญในคนที่ต้องการให้ผิวดูละเอียดขึ้น ไม่ใช่แค่ยกกระชับอย่างเดียว 

บริเวณที่ผิวบาง เช่น รอบดวงตา หน้าผาก หรือบางส่วนของใบหน้า อาจต้องพิจารณาหัวที่ตื้นกว่าและใช้เทคนิคที่เหมาะสม เพื่อให้พลังงานอยู่ในระดับที่ควรเป็น 

ทำไมถึงใช้ หัว Ulthera แค่หัวเดียวไม่ได้? 

ตอบตรงนี้เลยว่า “ผิวหน้าคนเรา 1 คน มีปัญหาซ้อนกันหลายชั้น” คุณอาจจะมีปัญหาแก้มตก (ชั้น SMAS – ต้องใช้ 4.5 mm) ในขณะเดียวกันผิวก็เริ่มขาดคอลลาเจนดูไม่แน่น (ชั้น Dermis – ต้องใช้ 3.0 mm) แถมยังมีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา (ต้องใช้ 1.5 mm)  

ตัวอย่างเช่น คนที่มีแก้มตกและกรอบหน้าไม่ชัด อาจต้องดูถึงชั้น SMAS เพื่อช่วยเรื่องโครงสร้าง แต่ถ้าผิวชั้นบนมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวไม่แน่นร่วมด้วย การใช้หัวลึกอย่างเดียวอาจดูแลปัญหาผิวชั้นตื้นได้ไม่ครบ  

ในทางกลับกัน การใช้หัวตื้นหัวเดียว ย่อมไม่สามารถดึงโครงหน้าชั้นลึกให้ยกขึ้นได้ ในทางกลับกัน การอัดแต่หัวลึกอย่างเดียว ก็อาจพลาดการฟื้นฟูคอลลาเจนและงานผิวชั้นบนไปอย่างน่าเสียดาย การใช้หัวแบบผสมผสานตาม Anatomy (กายวิภาค) จริงของคนไข้ จึงให้ผลลัพธ์แบบ Full-face rejuvenation ที่สมบูรณ์แบบที่สุด 

แล้วเราจำเป็นต้องใช้ครบทุกหัวไหม? 

ไม่จำเป็นเสมอไป การทำโปรแกรม Ulthera ที่ดีไม่ได้วัดจาก “ใช้ครบ 3 หัวหรือไม่” แต่วัดจาก “เลือกหัวได้เหมาะกับปัญหาและชั้นผิวของเราหรือไม่” 

บางคนอาจเหมาะกับการใช้หลายหัวร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งชั้น SMAS, Deep Dermis และ Superficial Dermis แต่บางคนอาจใช้เพียง 1-2 หัวก็เพียงพอ หากปัญหาผิวไม่ได้ซับซ้อน หรือบางบริเวณไม่เหมาะกับหัวลึก 

แพทย์ที่ SLC แนะนำว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ แพทย์ควรประเมินก่อนรับบริการโปรแกรมยกกระชับใบหน้าทำทุกครั้ง โดยดูทั้งสภาพผิว อายุ ความหย่อนคล้อย ความหนาของชั้นผิว บริเวณที่ต้องการดูแล และความคาดหวังของผู้รับบริการ เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาใบหน้า สภาพผิว พร้อมวางแผนการในการยิง 

โปรแกรมยกกระชับใบหน้า Ultherapy Prime ยกระดับการเลือกหัวให้แม่นยำขึ้นอย่างไร? 

สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรม ยกกระชับใบหน้า Ultherapy Prime ขอบอกเลยว่าจุดเด่นของโปรแกรมนี้คือ จะมีหน้าจอแสดงผล Real-time Visualization ที่อัปเกรดความคมชัด ใหญ่ขึ้น และประมวลผลได้เร็วขึ้นถึง 20% ช่วยให้แพทย์ สามารถวางแผน และยกกระชับผิวได้ ดังนี้ 

  1. มองเห็นชั้น SMAS ได้คมชัดระดับ HD 
  1. วัดความหนาของชั้นผิวหนังแท้ได้อย่างแม่นยำ 
  1. ตัดสินใจเปลี่ยน หัว ulthera และวางพลังงานได้แบบพอดีๆ ในทุกๆ ช็อตที่ยิง 
     

จึงมั่นใจได้เลยว่า การออกแบบโปรแกรมจะถูกปรับให้เข้ากับสภาพหน้าของคุณ ณ วินาทีนั้นอย่างแท้จริง 

ก่อนทำโปรแกรม Ulthera ควรถามอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรม Ulthera Prime ควรถามให้ชัดเจนว่า 

  1. ปัญหาหลักของใบหน้าอยู่ที่ชั้นผิวไหน 
  1. จำเป็นต้องใช้หัว Ulthera Program กี่ระดับ และเพราะอะไร 
  1. บริเวณไหนควรใช้หัว 1.5, 3.0 หรือ 4.5 mm 
  1. จำนวนช็อตเหมาะกับปัญหาของเราหรือไม่ 
  1. มีระบบ Real-time Visualization ช่วยดูชั้นผิวก่อนยิงหรือไม่ 
  1. ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อยู่ในระดับไหน และต้องใช้เวลาประมาณเท่าไร 
  1. มีข้อควรระวังหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคลหรือไม่ 

คำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณไม่ได้เลือกโปรแกรมจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจากความเข้าใจในชั้นผิวและความเหมาะสมของตัวเองจริง ๆ 

สรุป หัว Ulthera ไม่ได้เลือกจากความลึกอย่างเดียว แต่เลือกจาก Anatomy ของเรา แพทย์ต้องประเมินให้ชัดเจน 

หัว Ulthera แต่ละขนาดถูกออกแบบมาเพื่อทำงานกับชั้นผิวที่ต่างกัน หัว 4.5 mm เน้นชั้น SMAS ที่เกี่ยวกับการยกกระชับโครงสร้าง หัว 3.0 mm เน้นชั้น Deep Dermis เพื่อความแน่นและการกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนหัว 1.5 mm เน้นผิวชั้นตื้น ริ้วรอยเล็ก และ Texture ผิว 

ดังนั้น การใช้หัวเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทุกปัญหา โดยเฉพาะในคนที่มีทั้งความหย่อนคล้อย ผิวไม่แน่น และผิวชั้นบนเริ่มมีริ้วรอยร่วมกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องใช้ครบทุกหัวเสมอไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินชั้นผิวจริง และออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล 

หากคุณกำลังสนใจโปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรม Ulthera Prime และอยากรู้ว่าตัวเองควรใช้หัว Ulthera Program แบบไหน สามารถเข้ารับการประเมินและปรึกษากับทีมแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อวางแผนดูแลผิวอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของคุณ 

จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ https://booking.slc-group.com 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม   

Call Center : +66 2 714 9555   
Whatsapp : +66 96 116 0806   
Facebook : SLCclinic   
Skype : SLCclinic   
LINE : @SLChospital  

*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ไม่ใช่โฆษณาเครื่องมือแพทย์ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ   

บทความที่เกี่ยวข้อง