เคยมั้ยที่ส่องกระจกแล้วเห็นผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับอย่างที่เคยเป็น ปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายคนมองหาวิธียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่ง Ulthera คือทางเลือกที่หลายคนนึกถึง! แต่จะรู้มั้ยว่า Ulthera คืออะไรและช่วยอะไรได้บ้าง? วันนี้ SLC Clinic จะพาสาว ๆ ไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยคืนความกระชับ ดูอ่อนเยาว์ สวยเป๊ะ มั่นใจในทุกมุมมอง ไปดูกันเลย!
โปรแกรม Ulthera คืออะไร
Ulthera คือ เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่ใช้พลังงานอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU – High Intensity Focused Ultrasound) ส่งความร้อนไปยังชั้นผิวหนังระดับลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า ทำให้ผิวกระชับ ยกตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดเลือนริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองจาก FDA แห่งสหรัฐอเมริกา ว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวหน้าจริง
Ulthera ทํางานอย่างไร
หลักการทำงานของ Ulthera คือการส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ไปยังชั้นผิวที่ต้องการโดยไม่มีผลต่อผิวชั้นบน! คลื่นอัลตราซาวด์เมื่อไปถึงจุดหมายจะเปลี่ยนเป็นความร้อนประมาณ 60-70 องศา ทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนเส้นเก่า และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวกระชับและยกตึงขึ้นทันที ซึ่งผลลัพธ์ยังดีขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 2-3 เดือนหลังทำ เพราะการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา
โปรแกรม Ulthera ช่วยอะไรได้บ้าง
- ยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย – Ulthera คือทางออกของผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย แก้ม ร่องแก้มตกลงมา ช่วยยกให้เห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ลดเลือนริ้วรอย – ช่วยลดริ้วรอยตามแนวร่องแก้ม ริ้วรอยรอบปาก และริ้วรอยบนใบหน้าให้ตื้นขึ้น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ยกคิ้ว – แก้ไขคิ้วที่ตกลงมาเพราะแรงดึงของผิว ช่วยให้ดวงตาดูสดใส เปล่งประกาย และดูอ่อนเยาว์
- กระชับเหนียง ลดคางสองชั้น – สาว ๆ ที่มีปัญหาเหนียงหรือคางสองชั้น ทำ Ulthera จะช่วยกระชับผิวบริเวณนี้ให้กลับมาเรียบเนียน
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน – ส่งผลให้ผิวหนังเต่งตึง มีความยืดหยุ่น ดูสุขภาพดี และอ่อนกว่าวัย

โปรแกรม Ulthera ทําตรงไหนได้บ้าง

- ใบหน้า – บริเวณหน้าผาก หางตา และแก้ม ช่วยยกผิวและลดริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูเรียว กระชับ อ่อนเยาว์ขึ้น
- คิ้ว – ช่วยยกคิ้วที่หย่อนคล้อย ทำให้ดวงตาเปิดกว้าง ดูตื่นตัวและมีชีวิตชีวามากขึ้น
- คอและคาง – ช่วยกระชับผิวใต้คาง แก้ปัญหาเหนียง คางสองชั้น หรือผิวหย่อนคล้อยบริเวณลำคอ
- แขนและหน้าท้อง – บางคลินิกอาจให้บริการ ทำ Ulthera บริเวณแขนหรือหน้าท้องที่มีผิวหย่อนคล้อย แต่ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนเท่าบริเวณใบหน้า
โปรแกรม Ulthera เหมาะกับใคร

- คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง – เหมาะสำหรับคนที่ผิวเริ่มมีการหย่อนคล้อย แต่ยังไม่มากนัก จะเห็นผลชัดเจนที่สุด
- วัย 30-60 ปี – โดยทั่วไป Ulthera เหมาะกับคนในช่วงวัยนี้ที่ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ เป็นช่วงที่ให้ผลการรักษาที่เหมาะสม
- ผู้ที่ไม่พร้อมหรือไม่ต้องการผ่าตัด – เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า
- ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ – เหมาะสำหรับผู้ที่อยากดูดีขึ้นแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้ดูเหมือนศัลยกรรม
โปรแกรม Ulthera ไม่เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีบาดแผลบริเวณที่จะทำ – งดการทำหากมีการอักเสบหรือติดเชื้อที่ผิวหนัง ควรรักษาให้หายก่อนจึงทำการรักษาได้
- ผู้ที่มีประวัติการใช้สารเติมเต็ม (Filler) ในบริเวณที่จะทำ – ควรรอให้ฟิลเลอร์สลายตัวก่อน หรือปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร – ไม่แนะนำให้ทำในช่วงนี้ เนื่องจากความปลอดภัยยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
- ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป – ในกรณีที่ผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป Ulthera คือทางเลือกที่อาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดีพอ อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
โปรแกรม Ulthera มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร
เทคโนโลยี Ulthera มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการรักษาที่แม่นยำและมอบความสบายให้ผู้รับบริการมากขึ้น โดยปัจจุบันมีรุ่นที่นิยมดังนี้:
- Ulthera (Original): รุ่นบุกเบิกที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการยกกระชับด้วยเทคโนโลยี See with Sound สามารถมองเห็นชั้นผิวขณะทำได้จริง
- Ulthera SPT: รุ่นที่พัฒนาต่อยอดโดยเน้นหลักการ See (มองเห็น), Plan (วางแผน) และ Treat (รักษา) ช่วยให้แพทย์ออกแบบการยิงพลังงานได้แม่นยำตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล (Personalized Lifting) ลดความเจ็บแต่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
- Ulthera Prime: นวัตกรรมล่าสุดที่ยกระดับการทำงานให้รวดเร็วและลื่นไหลยิ่งขึ้น มาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่คมชัดและการประมวลผลที่ไวขึ้น ช่วยให้การส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวมีความเสถียรและนุ่มนวลกว่าเดิม
ระดับความลึกในการยิงของหัว Ulthera
หัว Transducer ของ Ulthera ถูกออกแบบมาให้ส่งพลังงานลงไปได้หลายระดับความลึก เพื่อแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกันในแต่ละเลเยอร์ ดังนี้:
- ความลึก 1.5 mm: เน้นการส่งพลังงานไปที่ชั้นผิวหนังแท้ส่วนบน (Superficial Dermis) ช่วยเรื่องการลดริ้วรอยตื้นๆ กระชับรูขุมขน และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
- ความลึก 3.0 mm: ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อส่วนลึก (Deep Dermis) ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้น
- ความลึก 4.5 mm: ระดับความลึกสำคัญที่ส่งพลังงานลงถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อทำการยกกระชับโครงสร้างผิวจากฐานราก ให้ผลลัพธ์การยกหน้าอย่างเห็นได้ชัด

ข้อดี-ข้อเสียของการทำ Ulthera มีอะไรบ้าง
การตัดสินใจทำ Ulthera ควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียให้รอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณจริง ๆ มาดูข้อดีและข้อเสียกัน
ข้อดีของการทำ Ulthera
- ไม่ต้องผ่าตัด – Ulthera คือทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีแผล ไม่มีรอยแผลเป็น และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัด
- ไม่ต้องพักฟื้นนาน – หลังทำ Ulthera สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่ต้องหยุดงานหรือหยุดกิจกรรมทางสังคม
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ – ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าดูแปลกไปจากเดิม เพียงแค่ดูอ่อนเยาว์และกระชับขึ้น
- ผลลัพธ์คงอยู่นาน – ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
ข้อเสียของการทำ Ulthera
- ราคาค่อนข้างสูง – มีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการทำทรีตเมนต์ยกกระชับผิวแบบอื่น ๆ
- อาจรู้สึกเจ็บระหว่างทำ – บางคนอาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายระหว่างทำ แม้จะมีการทายาชาก่อนทำก็ตาม
- ผลลัพธ์ไม่เห็นทันที – ต้องรอประมาณ 2-3 เดือนจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
- ไม่เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยมาก – หากผิวหย่อนคล้อยมากเกินไป อาจไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera
ก่อนทำ Ulthera มีสิ่งที่ควรเตรียมตัวเพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น มาดูกันว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ 2 สัปดาห์ – เพื่อลดความไวของผิวต่อความร้อน และทำให้ผิวไม่ระคายเคืองง่าย
- งดการใช้แอสไพรินและยาต้านการอักเสบ 1 สัปดาห์ – ยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหลังการรักษา
- งดการใช้เครื่องสำอางในวันทำ – มาด้วยใบหน้าสะอาด เพื่อให้แพทย์มองเห็นสภาพผิวที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้เหมาะสม
- แจ้งประวัติการใช้ฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ – หากเคยฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรแจ้งแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ – การดื่มน้ำมาก ๆ ก่อนทำ Ulthera จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขั้นตอนการทำ Ulthera
- ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดผิว – แพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าและบริเวณที่จะทำการรักษาให้ปราศจากความมันและสิ่งสกปรก
- ขั้นตอนที่ 2: ทายาชา – ทายาชาบริเวณที่จะทำการรักษาประมาณ 15-20 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา
- ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสภาพผิว – แพทย์จะใช้เครื่อง Ultrasound Scanner ตรวจดูความลึกและสภาพของผิวหนัง เพื่อวางแผนการยิงให้เหมาะสม
- ขั้นตอนที่ 4: เริ่มการรักษา – แพทย์จะใช้หัวยิง Ulthera ทำการยิงไปที่ผิวตามตำแหน่งที่วางแผนไว้ แต่ละช็อตจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
- ขั้นตอนที่ 5: ทำความสะอาดและเช็ดเจล – หลังจากทำเสร็จ แพทย์จะทำความสะอาดเจลและทาครีมบำรุงหรือครีมกันแดดให้
การรักษาทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ที่ทำการรักษา สาว ๆ สามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังจากทำ Ulthera เสร็จแล้ว!
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera
หลังทำ Ulthera การดูแลตัวเองที่ถูกต้องจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
- ประคบเย็น – หากมีอาการบวมหรือแดง สามารถประคบเย็นได้ แต่ไม่ควรวางน้ำแข็งโดยตรงบนผิว ให้ห่อด้วยผ้าสะอาดก่อน
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น – ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้นสูง เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวหลังได้รับความร้อน
- ทาครีมกันแดด – กันแดดเป็นสิ่งสำคัญมาก ต้องทาครีมกันแดด SPF 50 ทุกวัน แม้อยู่ในร่ม เพื่อป้องกันรอยดำและรอยแดง
- งดการนวดหน้า – ควรงดการนวดหน้าและทรีตเมนต์ที่มีความร้อนอื่น ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้พักฟื้นอย่างเต็มที่
- ดื่มน้ำมาก ๆ – การดื่มน้ำจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและกระบวนการสร้างคอลลาเจนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลข้างเคียงของการทำ Ulthera
Ulthera คือการรักษาที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่สาว ๆ ควรรู้ไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นอาการชั่วคราวและหายได้เองภายในไม่กี่วัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
- รู้สึกเจ็บหรือไม่สบาย – ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บหรือรู้สึกร้อนวูบวาบในบางจุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะหายไปหลังทำเสร็จ
- ผิวแดงหรือบวมเล็กน้อย – ผิวอาจแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักจะหายไปภายใน 2-3 วัน
- ชาหรือรู้สึกเสียวซ่า – บางคนอาจรู้สึกชาหรือเสียวซ่าบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งมักจะหายไปภายใน 2-3 สัปดาห์
- รอยช้ำหรือจุดเลือดออก – ในบางกรณีอาจมีรอยช้ำหรือจุดเลือดออก โดยเฉพาะในคนที่ผิวบอบบางหรือเส้นเลือดฝอยเยอะ
- ผิวแห้งและลอก – ผิวอาจแห้งและมีการลอกเล็กน้อย ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ
ข้อจำกัดและความเสี่ยงของโปรแกรม Ulthera
แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงและผ่านการรับรองจาก FDA แต่การทำ Ulthera ก็มีข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งควรทำความเข้าใจก่อนรับบริการ:
- ความรู้สึกขณะทำ: ผู้รับบริการอาจรู้สึกจี๊ดๆ หรืออุ่นๆ ใต้ชั้นผิวขณะส่งพลังงาน ซึ่งระดับความเจ็บจะขึ้นอยู่กับความไวของผิวแต่ละบุคคล
- อาการบวมและแดง: หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรืออาการบวมระบมใต้ผิว ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อ โดยจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน
- ระยะเวลาการเห็นผล: Ulthera ไม่ใช่การผ่าตัด ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นผลทันที 100% แต่จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อคอลลาเจนถูกสร้างใหม่ในช่วง 2-3 เดือน
- ความชำนาญของแพทย์: หากแพทย์ไม่มีความชำนาญในการปรับระดับพลังงานหรือวางตำแหน่งหัวยิงไม่ถูกต้อง อาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการเบิร์นหรือโดนเส้นประสาทได้ (การใช้เครื่องแท้ที่มีหน้าจอแสดงผลจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก)
วิธีเช็ก Ulthera เครื่องแท้
เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ก่อนทำ Ulthera ทุกครั้งควรตรวจสอบว่าเป็นเครื่องแท้ที่นำเข้าโดยบริษัท Merz Aesthetics Thailand โดยมีจุดสังเกตดังนี้
- ใบประกาศนียบัตร (Certificate of Authenticity): คลินิกต้องมีใบรับรองเครื่องแท้จาก Merz Aesthetics ตั้งโชว์อย่างชัดเจน
- สติกเกอร์ Ulthera Authentic: ตรวจสอบสติกเกอร์สีเงินที่ติดอยู่หน้าเครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าเป็นเครื่องที่ผ่านการรับรอง
- หน้าจอแสดงผล Real-time: ขณะทำต้องเห็นภาพสแกนชั้นผิวหนัง (Ultrasound Visualization) ปรากฏบนหน้าจอแบบสดๆ เพื่อให้แพทย์เห็นตำแหน่งการยิงที่แม่นยำ
- ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์: สามารถนำชื่อคลินิกไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ www.merzclubthailand.com เพื่อยืนยันว่าเป็นสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องแท้และหัวยิงมาตรฐาน
โปรแกรม Ulthera ราคาเท่าไร
ราคาของ Ulthera คือสิ่งที่หลายคนสงสัย โดยทั่วไปราคาจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำการรักษาและจำนวนช็อตที่ใช้ในการรักษา รวมถึงชื่อเสียงและที่ตั้งของคลินิกด้วย โดย Ulthera ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อพื้นที่ และอาจสูงถึง 50,000-80,000 บาทสำหรับการทำทั้งใบหน้าและลำคอ
ที่ SLC Clinic เรามีแพคเกจ Ulthera ให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า ทั้งแบบเฉพาะจุดและแบบทั้งใบหน้า พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเป็นประจำ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกหรือช่องทางการติดต่อของเรา
ราคาโปรแกรม Ultherapy Prime ที่ SLC
| 300 LINE | 39,000 บาท |
| 400 LINE | 52,000 บาท |
| 500 LINE | 65,000 บาท |
| 600 LINE | 78,000 บาท |
| 700 LINE | 91,000 บาท |
| 800 LINE | 104,000 บาท |
| 900 LINE | 117,000 บาท |
| 1200 LINE | 156,000 บาท |

Ulthera, Hifu และ Thermage ต่างกันยังไง
หลายคนอาจสับสนระหว่าง Ulthera, Hifu และ Thermage เพราะทั้งสามทรีตเมนต์นี้เป็นการยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัดเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว มีความแตกต่างที่น่าสนใจ
Ulthera คือเครื่องที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงที่ชื่อว่า MFU-V (Microfocus Ultherasound with Visualization) เข้าไปยังชั้นผิวหนัง SMAS ทำให้แพทย์สามารถกำหนดตำแหน่งยิงได้แม่นยำ ส่วน HIFU ทำงานด้วยคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานสูงเช่นกัน แต่ HIFU จะมีหลายเกรดของเครื่องให้เลือกหลากหลายมากกว่า
ในขณะที่ Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ในการให้ความร้อนกับผิว ซึ่งจะกระจายความร้อนในวงกว้างกว่าและอาจไม่ลึกเท่า Ulthera เหมาะกับการรักษาริ้วรอยตื้น ๆ และการกระชับผิวแบบทั่วไปมากกว่า แต่อาจไม่เหมาะกับการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยมากนัก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera
Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต
โดยทั่วไปการทำ Ulthera ทั่วใบหน้ามักใช้ประมาณ 500-800 ช็อต ขึ้นอยู่กับขนาดของใบหน้าและความหย่อนคล้อยของผิว บางคนอาจต้องการจำนวนช็อตที่มากกว่านี้หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก หรืออาจน้อยกว่านี้หากเลือกทำเฉพาะจุด ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำจำนวนช็อตที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
Ulthera กี่ช็อตเห็นผล
จำนวนช็อตที่ทำให้เห็นผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและบริเวณที่ทำ โดยทั่วไปต้องทำอย่างน้อย 300-500 ช็อตต่อบริเวณที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น กรอบหน้า เหนียง หรือคิ้ว การทำ Ulthera ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการทำน้อยเกินไปอาจไม่เห็นผล แต่ทำมากเกินไปก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้
หลังทำ Ulthera ห้ามอะไรบ้าง
หลังทำ Ulthera มีข้อควรระวังบางประการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรงดการนวดหน้าหรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ งดการอบซาวน่าหรือแช่น้ำร้อน 1 สัปดาห์ และไม่ควรอยู่กลางแดดจัดโดยไม่ทาครีมกันแดด นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดหรือเรตินอยด์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
หลังทำ Ulthera ใช้เวลากี่วันหายบวม
อาการบวมหลังทำ Ulthera มักเป็นเพียงเล็กน้อยและหายได้เองภายใน 1-3 วัน ในบางรายที่มีอาการบวมมากกว่าปกติอาจใช้เวลาถึง 5-7 วัน การประคบเย็นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกจะช่วยลดอาการบวมได้ รวมถึงการทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่ง แต่หากบวมมากผิดปกติหรือบวมนานเกิน 1 สัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์
หลังทํา Ulthera นอนตะแคงได้ไหม
หลังทำ Ulthera สามารถนอนตะแคงได้ เนื่องจากเป็นการรักษาที่ไม่มีแผลผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 คืนแรก แนะนำให้นอนหงายและหนุนหมอนสูงเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวมที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ทำบริเวณใบหน้าและลำคอ หลังจากนั้นสามารถนอนในท่าที่สบายได้ตามปกติ

รีวิวยกกระชับหน้า Ulthera
ทำ Ulthera ที่ไหนดี SLC Clinic พร้อมช่วยดูแลทุกขั้นตอน
สรุปแล้ว Ulthera คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับสาว ๆ ที่กำลังมองหาวิธียกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด! ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ที่ SLC Clinic เรามีทีมแพทย์พร้อมประเมินสภาพผิว และโครงหน้า ในการทำ โปรแกรม Ultherapy ที่พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การปรึกษาก่อนทำ การดูแลระหว่างทำ และการติดตามผลหลังทำ เพื่อให้ทุกคน มั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่เหมาะสม นัดปรึกษาฟรีวันนี้ แล้วมาเปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิมไปด้วยกันเลย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center : +66 2 714 9555
Whatsapp : +66 96 116 0806
Facebook : SLCclinic
Skype : SLCclinic
LINE : @SLChospital





























