Open Daily : 10:00 - 20:00
Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLChospital
SLC Online

โปรแกรม Pora Cool Treatment

โปรแกรม Pora Cool Treatment “เย็นครบสยบเยิน”  ฟื้นฟูผิวล้ำลึกด้วยพลังงานความเย็นติดลบ และแสง LED 3 สี

โปรแกรมทรีตเมนต์ผลักวิตามินบำรุงผิวด้วยพลังงานความเย็นติดลบ และบำบัดด้วยแสง LED 3 สี นวัตกรรมทางเลือกสำหรับกู้ผิวหน้าโทรมให้กลับมาฉ่ำฟูอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน

รีวิว โปรแกรม Pora Cool Treatment

รับบริการปรึกษา ฟรี

โปรแกรม Pora Cool Treatment เป็นโปรแกรมทรีตเมนต์ผลักวิตามินบำรุงผิวด้วยพลังงานความเย็นติดลบ และบำบัดด้วยแสง LED 3 สี นวัตกรรมทางเลือกสำหรับกู้ผิวหน้าโทรมให้กลับมาฉ่ำฟูอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่พักผ่อนน้อย เผชิญมลภาวะสะสม หรือกำลังเจอปัญหา “ผิวดื้อครีม” ที่ทาสกินแคร์แพงแค่ไหนผิวก็ไม่ยอมดูดซึม โดยโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เปิดเส้นทางส่งผ่านวิตามินลึกลงสู่ชั้นผิวโดยตรง พร้อมล็อกความชุ่มชื้นและกระชับรูขุมขนในคราวเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูเปล่งประกาย สุขภาพดี และแต่งหน้าติดทนขึ้นทันทีหลังทำ โดยเป็นหัตถการที่ให้ความรู้สึกสบาย ไม่ต้องใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่างใด 

ในมุมมองเชิงลึก ปัญหาผิวอ่อนแอสะสมมักแก้ไขด้วยการทาครีมเพียงชั้นนอกไม่ได้ โปรแกรม Pora Cool จึงเข้ามาจัดการปัญหานี้ด้วยศาสตร์ Multi-Modal Rejuvenation หรือการผสาน 3 ขุมพลังเข้าด้วยกันในครั้งเดียว ได้แก่ การผลักวิตามินเข้มข้น (Vitamin Infusion) เพื่อฟื้นฟูเกราะผิว, พลังงานความเย็น (Cooling Therapy) ที่ช่วยลดความร้อนสะสมใต้ผิวพร้อมปลอบประโลมอาการระคายเคือง และการบำบัดด้วยแสงคลื่นเฉพาะ (LED Light Therapy) เพื่อจัดการปัญหาความหมองคล้ำและผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิวง่าย … แต่ถ้ายังสงสัยว่ากลไกของ Pora Cool คือ อะไร? Pora Cool ช่วยอะไร ได้ลึกซึ้งแค่ไหน และแตกต่างจากทรีตเมนต์ทั่วไปในท้องตลาดอย่างไร? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกข้อสงสัยก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการกัน 

โปรแกรม Pora Cool คืออะไร? ทำไมถึงเป็นทรีตเมนต์ “เย็นครบสยบเยิน” 

Pora Cool Treatment Program เป็นโปรแกรมทรีตเมนต์ฟื้นฟูและปรนนิบัติผิวที่ออกแบบตามแนวคิด Multi-Modal Skin Rejuvenation หรือผสาน 3 เทคโนโลยีแห่งการฟื้นฟูผิวไว้ไว้ในหนึ่งเดียว การผลักวิตามินสูตรเข้มขึ้น + พลังจากความเย็นลึก (Cooling Therapy) + การบำบัดด้วยแสง LED Light 3 สี แทนที่จะอาศัยการบำรุงหรือพลังงานเพียงชนิดเดียว นวัตกรรมนี้จะช่วยเปิดชั้นผิวเพื่อส่งสงสารอาหารและวิตามินลงลึกถึงข้างในผิว พร้อมปลอบประโลมผิวให้ผ่อนคลายและกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเองจากภายใน เผยผลลัพธ์ผิวที่ฉ่ำวาว แลดูกระจ่างใส และแข็งแรงขึ้นกันที่หลังเข้ารับบริการ 

3 ขุมพลังการทำงานของโปรแกรม Pora Cool 

  1. Vitamin Infusion (ระบบผลักวิตามินเข้มข้น): ช่วยส่งผ่านวิตามินและสารบำรุงลึกลงสู่ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เซลล์ผิวได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ 
  1. Deep Cooling Therapy (พลังงานความเย็นติดลบ): ระบบความเย็นที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอุณหภูมิสะสมใต้ชั้นผิว (Thermal stress) ช่วยให้รูขุมขนรู้สึกกระชับ พร้อมให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายผิวสุด ๆ 
  1. LED Light Therapy 3 สี (การบำบัดผิวด้วยแสงคลื่นเฉพาะ): ใช้พลังงานแสงความยาวคลื่นเชิงการแพทย์ 3 ช่วงคลื่น เพื่อจัดการปัญหาผิวเฉพาะจุด ทั้งเรื่องสิว รอยหมองคล้ำ และการกระตุ้นคอลลาเจน 

การผสานเทคโนโลยีทั้งสามรูปแบบไว้ภายในโปรแกรมเดียว มีเป้าหมายเพื่อช่วยดูแลคุณภาพผิวในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้า ดูแลผิวหมองคล้ำ ผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว หรือช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และเป็นไปตามแนวทางของผลิตภัณฑ์ 

อีกหนึ่งจุดเด่นของโปรแกรม คือ Cooling Therapy ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกเย็นสบายระหว่างทำทรีตเมนต์ ทำให้ผู้เข้ารับบริการหลายคนรู้สึกผ่อนคลายตลอดขั้นตอน โดยไม่ต้องใช้หัตถการประเภทเข็มและไม่จำเป็นต้องพักฟื้นตาม โดยในปัจจุบัน โปรแกรมนี้เป็นที่นิยม และได้รับความสนใจจากหลายๆ คน ทั้งดารา เซเลบ และลูกค้า ที่เลือกมาให้ SLC ดูแลคุณภาพผิวอย่างอ่อนโยน ฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าจากการใช้ชีวิตประจำวัน และสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติหลังเข้ารับบริการ 

เจาะลึกหลักการทำงาน 3 สเต็ปของ Pora Cool Treatment Program 

จุดเด่นของ Pora Cool Program ไม่ได้อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีเพียงชนิดเดียว แต่เป็นการผสานการทำงานของ 3 เทคโนโลยี ได้แก่ การผลักวิตามิน (Vitamin Infusion) พลังงานความเย็น (Cooling Therapy) และการบำบัดด้วยแสง LED (LED Light Therapy) เพื่อดูแลคุณภาพผิวในหลายมิติภายในโปรแกรมเดียว โดยแต่ละขั้นตอนมีบทบาทแตกต่างกันและทำงานส่งเสริมกันตามแนวทางของผลิตภัณฑ์  

1. Vitamin Infusion การผลักวิตามินเข้าสู่ผิว 

การบำรุงผิวด้วยสกินแคร์เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิว แต่ในบางช่วงที่ผิวอ่อนแอหรือขาดความชุ่มชื้น การทาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด Pora Cool Program จึงใช้เทคโนโลยี Vitamin Infusion เพื่อผลักสารบำรุงเข้าสู่ผิวตามแนวทางของผลิตภัณฑ์ โดยเลือกใช้ร่วมกับขั้นตอนอื่นภายในโปรแกรม เพื่อสนับสนุนการดูแลคุณภาพผิวในหลายด้าน เช่น 

  • ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว 
  • ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียน 
  • สนับสนุนการฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้า 
  • เตรียมผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนการดูแลถัดไป 

ทั้งนี้ ชนิดของสารบำรุงอาจแตกต่างกันไปตามการประเมินสภาพผิวและแนวทางของผู้ให้บริการ 

2. Deep Cooling Therapy พลังงานความเย็นที่ไม่ได้มีดีแค่ความรู้สึกสบาย 

ความร้อนคือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพและรูขุมขนขยายตัว ระบบ Cooling Therapy จะปล่อยพลังงานความเย็นระดับนุ่มนวลระหว่างทำทรีตเมนต์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความรู้สึกระคายเคือง แสบแดง หรือผิวไหม้แดดแล้ว ความเย็นยังทำหน้าที่เหมือน “กุญแจล็อก” สารบำรุงให้อยู่ใต้ชั้นผิวนานขึ้น พร้อมกระตุ้นความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายจนหลายคนเผลอหลับระหว่างทำ  

3. LED Light Therapy ดูแลปัญหาผิวด้วยแสง 3 ช่วงคลื่น  

ขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรม ก็คือ LED Light Therapy ซึ่งเป็นการใช้พลังงานแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน เพื่อดูแลปัญหาผิวในแต่ละด้าน ที่ผ่านการยอมรับในงานวิจัยทางเวชศาสตร์ผิวพรรณ และถูกนำมาใช้ในเวชศาสตร์ความงามมาอย่างต่อเนื่อง 

Pora Cool Program มีการใช้ LED 3 สี ที่ช่วยยกระดับคุณภาพผิว ได้แก่ 

  • 🔵 Blue Light (คลื่นแสงสีน้ำเงิน – สำหรับผิวเป็นสิวและผิวมัน): ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดสิวอักเสบและสิวอุดตัน พร้อมช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน 
  • 🟡 Yellow Light (คลื่นแสงสีเหลือง – สำหรับผิวหมองคล้ำและรอยแดง): ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ เปล่งปลั่ง และช่วยลดรอยแดงหรือการอักเสบหลังการเกิดสิว 
  • 🔴 Red Light (คลื่นแสงสีแดง – สำหรับฟื้นฟูผิวและลดเลือนริ้วรอย): คลื่นแสงที่ซึมลงลึกที่สุด ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวดูแน่นกระชับ เรียบเนียน 

ทั้งนี้ การเลือกใช้ช่วงคลื่นของแสงจะขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผิวและแนวทางของโปรแกรม เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล 

เปรียบเทียบชัด ๆ! โปรแกรม Pora Cool แตกต่างจากทรีตเมนต์ทั่วไปอย่างไร?   

แม้ปัจจุบันจะมีโปรแกรมทรีตเมนต์ดูแลผิวหลากหลายรูปแบบ แต่ละโปรแกรมมีหลักการทำงานและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน บางโปรแกรมเน้นการทำความสะอาดผิว บางโปรแกรมมุ่งเน้นการผลักสารบำรุง หรือใช้พลังงานเพียงชนิดเดียวในการดูแลผิว ในขณะที่ Pora Cool Program เลือกผสานการผลักวิตามิน พลังงานความเย็น และ LED Light Therapy เข้าไว้ด้วยกันภายในโปรแกรมเดียว เพื่อดูแลคุณภาพผิวหลายด้านพร้อมกัน 

คุณสมบัติการดูแลผิว ทรีตเมนต์ทั่วไปตามคลินิก / สปา โปรแกรม Pora Cool Treatment 
การผลักสารบำรุงลึกสู่ผิว ขึ้นอยู่กับโปรแกรม (ส่วนใหญ่แค่ทาหรือนวด) ✓ ผลักลึกด้วยระบบเทคโนโลยีเฉพาะ 
ระบบความเย็น (Cooling Therapy) มักไม่มี หรือใช้เจลเย็นธรรมดา ✓ มีระบบความเย็นช่วยล็อกวิตามินและกระชับผิว 
การบำบัดด้วยแสง (LED Light Therapy) ต้องซื้อแพ็กเกจแยกต่างหาก ✓ รวมแสง LED 3 สีในขั้นตอนเดียว 
การแก้ปัญหาผิวหลายมิติในครั้งเดียว แก้ได้ทีละ 1-2 ปัญหาตามตัวยา ✓ ดูแลครบทั้งชุ่มชื้น สิว รูขุมขน และความกระจ่างใส 
ความรู้สึกระหว่างทำ และการพักฟื้น อาจมีเจ็บ หรือต้องพักหน้า สบาย ผ่อนคลาย ไม่ใช้เข็ม แต่งหน้าต่อได้ทันที 

*คุณสมบัติของทรีตเมนต์ทั่วไปอาจแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์หรือสถานพยาบาล 

อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของ Pora Cool Program ไม่ได้อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบให้เทคโนโลยีทั้ง 3 ส่วนทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยดูแลคุณภาพผิวในหลายมิติภายในโปรแกรมเดียว ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์หรือผู้ให้บริการก่อนเข้ารับบริการ 

โปรแกรม Pora Cool Treatment ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? 

สุขภาพผิวที่ดีต้องมีเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่แข็งแรง โปรแกรม Pora Cool จึงถูกออกแบบมาเพื่อดูแลผิวรอบด้านแบบ 3-in-1 โดยผลักวิตามินลึกด้วยความเย็นติดลบ ผสานการฉายแสง LED เพื่อแก้ปัญหาผิวโทรมอย่างตรงจุด  

ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้หลังทำ Pora Cool มีดังนี้ 

  1. เย็นลึก รูขมขนหาย ผิวฟูขึ้น: รูขุมขนแลดูกระขับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวหน้าเนียนละเอียด สัมผัสได้ถึงความอิ่มฟูอิ่มน้ำ 
  1. จัดการครบปัญหาสิว: สิวยุบตัวลง ความมันส่วนเกินบนใบหน้าลดลง ลดการเกิดสิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  1. เติมความชุ่มชื้นขั้นสุด: ผลักสารบำรุงเข้มข้นลงลึก กู้ผิวแห้งขาดน้ำให้กลับมาอิ่มฟู นุ่มเด้ง และช่วยให้แต่งหน้าติดทนขึ้นทันที  
  1. กู้ผิวหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ แลดูกระจ่างใส: ทำงานร่วมกับแสงสีเหลือง (Yellow LED) ช่วยลดความหมองคล้ำสะสมจากมลภาวะและรังสี UV คืนความสดใสให้ผิวดูเปล่งประกาย รอยดำรอยแดงจากสิวจางลงอย่างรวดเร็ว ผิวดูเปล่งปลั่ง สดใส ไม่หมองคล้ำ 
  1. ปลอบประโลมผิวที่เป็นสิว ควบคุมความมัน: ใช้แสงสีน้ำเงิน (Blue LED) ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย C. acnes ลดความมันส่วนเกิน และดูแลผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิวง่ายอย่างอ่อนโยน  
  1. กระชับรูขุมขน ปรับผิวเรียบเนียน: เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นเต็มที่ ร่วมกับพลังงานความเย็นที่ช่วยปลอบประโลม จะช่วยให้ผิวหน้าดูละเอียด รูขุมขนดูกระชับขึ้น  
  1. ฟื้นฟูผิวอ่อนล้าเร่งด่วน: คืนความสดชื่นให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้าจากการนอนดึก เครียด หรือทำงานหนัก ให้พร้อมออกงานสำคัญได้ทันที 
  1. สบายผิว ไร้รอยช้ำ (Zero Downtime):: ระหว่างก้างก้าจะรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายอย่างมาก หลังทำเสร็จไม่มีอาการบวมมแดง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที 

เจาะลึก LED Light Therapy 3 สี ทำไมจึงใช้มากกว่า 1 ช่วงคลื่น? 

หนึ่งในเอกลักษณ์ของ Pora Cool Program คือการนำ LED Light Therapy มาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม เนื่องจากแสงแต่ละช่วงคลื่นมีคุณสมบัติและเป้าหมายในการดูแลผิวแตกต่างกัน จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

Blue Light Mode 

Blue Light เป็นช่วงคลื่นแสงที่นิยมใช้ในการดูแลผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว โดยมีรายงานการศึกษาว่าสามารถช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (เดิมชื่อ Propionibacterium acnes) ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวในบางรายได้ นอกจากนี้ ยังถูกนำมาใช้ร่วมกับการดูแลผิวเพื่อช่วยลดความมันส่วนเกินและสนับสนุนการดูแลผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว  ภายใน Pora Cool Program จะเลือกใช้ Blue Light ร่วมกับขั้นตอนการทำความสะอาดผิว การผลักสารบำรุง และ Cooling Therapy เพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่องภายในโปรแกรมเดียว 

Yellow Light Mode 

ผิวที่ดูหมองคล้ำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น รังสี UV มลภาวะ การอักเสบของผิว หรือรอยแดงและรอยดำหลังสิว Yellow Light จึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยดูแลสีผิวให้ดูสม่ำเสมอมากขึ้น และช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งเมื่อใช้ร่วมกับขั้นตอนอื่นของโปรแกรมตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์ แม้การบำบัดด้วยแสงเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาสีผิวได้ แต่เมื่อใช้ร่วมกับการเติมความชุ่มชื้นและการผลักสารบำรุง ก็อาจช่วยให้คุณภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้นได้ 

Red Light Mode 

Red Light เป็นช่วงคลื่นที่ได้รับความนิยมในเวชศาสตร์ความงาม เนื่องจากมีการศึกษาที่สนับสนุนบทบาทต่อการทำงานของเซลล์ผิวบางชนิด โดยเฉพาะ Fibroblast ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ภายใน Pora Cool Program จึงนำ Red Light มาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว ลดความแห้งกร้าน และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้นตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์  อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับสภาพผิว รวมถึงการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง 

โปรแกรม Pora Cool เหมาะสำหรับใครบ้าง? 

แม้ Pora Cool Treatment จะเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องใช้เข็ม แต่การเลือกโปรแกรมดูแลผิวควรพิจารณาจากสภาพผิวของแต่ละบุคคลร่วมด้วย โปรแกรมนี้อาจเหมาะกับผู้ที่ 

  • มีผิวหมองคล้ำ ขาดความสดใส 
  • มีรอยแดงหรือรอยดำจากสิว 
  • มีแนวโน้มเกิดสิวหรือมีผิวมัน 
  • มีรูขุมขนดูกว้างและผิวไม่เรียบเนียน 
  • มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น 
  • ต้องการฟื้นฟูผิวก่อนออกงานหรือโอกาสสำคัญ 
  • มองหาการดูแลผิวโดยไม่ใช้หัตถการประเภทเข็ม ตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิด มีการติดเชื้อบริเวณใบหน้า หรืออยู่ระหว่างการรักษาด้วยยาเฉพาะทาง ควรแจ้งประวัติสุขภาพและรับการประเมินจากแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้สามารถเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับการดูแลผิว 

คำแนะนำจากแพทย์ SLC Clinic 

แม้ผู้ที่มีปัญหาผิวคล้ายกันอาจเลือกโปรแกรมเดียวกัน แต่สาเหตุของปัญหาผิวอาจแตกต่างกัน เช่น ผิวหมองคล้ำอาจเกิดจากการขาดความชุ่มชื้น การสะสมของเม็ดสี หรือการอักเสบหลังสิว ดังนั้น การประเมินสภาพผิวก่อนเข้ารับบริการจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้สามารถเลือกโปรแกรมและวางแผนการดูแลได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล 

ขั้นตอนการทำโปรแกรม Pora Cool  

Pora Cool Program เป็นโปรแกรมทรีตเมนต์ที่ออกแบบให้ดูแลผิวอย่างเป็นลำดับ เพื่อให้แต่ละขั้นตอนทำงานส่งเสริมกัน โดยก่อนเข้ารับบริการควรได้รับการประเมินสภาพผิวจากแพทย์หรือผู้ให้บริการ เพื่อเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล 

โดยทั่วไป โปรแกรมมีขั้นตอนดังนี้ 

1. ประเมินสภาพผิว 

ก่อนเริ่มโปรแกรม จะมีการซักประวัติและประเมินสภาพผิว เพื่อวิเคราะห์ปัญหาหลัก เช่น ผิวขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ รูขุมขน ผิวมัน หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมของสารบำรุงและการเลือกใช้ LED Light Therapy 

2. ทำความสะอาดผิว 

ทำความสะอาดเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งสกปรกบนผิว เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนการดูแลในลำดับถัดไป 

3. ผลักสารบำรุงพร้อม LED Light Therapy 

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการผลักสารบำรุง (Vitamin Infusion) พร้อมกับระบบ Cooling Therapy เพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกเย็นสบายระหว่างทำโปรแกรม รวมถึงเลือกใช้ LED Light Therapy ไม่ว่าจะเป็น Blue Light, Yellow Light หรือ Red Light  

5. ปิดท้ายด้วยการบำรุงผิว 

หลังจบโปรแกรม จะมีการลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและครีมกันแดด เพื่อช่วยดูแลผิวหลังทำทรีตเมนต์ พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวที่บ้านให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล 

หลังทำ Pora Cool ต้องดูแลตัวเองอย่างไร? 

แม้ Pora Cool Program จะเป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องพักฟื้นตามข้อมูลของผลิตภัณฑ์ แต่การดูแลผิวหลังทำอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง และช่วยคงคุณภาพผิวให้ยาวนานยิ่งขึ้น 

ข้อแนะนำหลังทำโปรแกรม 

  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด 
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว 
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน 
  • หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่วง 1–2 วันแรก หากผู้ให้บริการแนะนำ 
  • หากใช้เวชสำอางหรือยารักษาสิว ควรสอบถามแพทย์ก่อนกลับมาใช้ตามปกติ 

นอกจากนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น การสูบบุหรี่หรือการเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพผิวในระยะยาว 

ควรทำโปรแกรม Pora Cool บ่อยแค่ไหน? 

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวที่เนียนใส กระจ่างใส และแข็งแรงในระยะยาว แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุกๆ 2 สัปดาห์  แต่จริงๆ แล้วความถี่ในการเข้ารับบริการขึ้นอยู่กับสภาพผิว เป้าหมายในการดูแล และคำแนะนำของแพทย์หรือผู้ให้บริการ เนื่องจากแต่ละคนมีปัญหาผิวและการตอบสนองต่อการดูแลแตกต่างกัน โดยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น และรูขุมขนกระชับขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยทั่วไป อาจแบ่งการดูแลได้ดังนี้ 

เป้าหมาย ความถี่ที่แนะนำ* 
ฟื้นฟูผิวที่ดูอ่อนล้า ทุก 2–4 สัปดาห์ 
ดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เดือนละ 1 ครั้ง 
เตรียมผิวก่อนออกงาน ประมาณ 3–7 วันก่อนวันสำคัญ 

*ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์หรือผู้ให้บริการ 

การทำโปรแกรมอย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลผิวที่บ้าน จะช่วยสนับสนุนให้ผิวได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ และช่วยรักษาคุณภาพผิวในระยะยาว 

Pora Cool สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่? 

หลายคนที่ดูแลผิวเป็นประจำ มักสงสัยว่าสามารถทำ Pora Cool ร่วมกับหัตถการความงามอื่นได้หรือไม่ คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว เป้าหมายในการรักษา และดุลยพินิจของแพทย์ 

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาวางแผนการรักษาร่วมกับหัตถการอื่น เช่น 

  • โปรแกรมเลเซอร์ฟื้นฟูผิว 
  • โปรแกรมดูแลเม็ดสีผิว 
  • โปรแกรมดูแลหลุมสิว 
  • โปรแกรมฉีดสารฟื้นฟูคุณภาพผิว 
  • โปรแกรมยกกระชับผิวด้วยพลังงาน 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกหัตถการที่ควรทำพร้อมกันในวันเดียวกัน การจัดลำดับการรักษาและเว้นระยะห่างระหว่างโปรแกรม ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและลดโอกาสเกิดการระคายเคือง 

ผลลัพธ์หลังทำ Pora Cool คาดหวังได้อย่างไร? 

หลังเข้ารับบริการ หลายคนอาจรู้สึกว่าผิวดูชุ่มชื้น สดชื่น และแต่งหน้าติดง่ายขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การดูแลผิวหลังทำ และการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง  หากมีปัญหาผิวเฉพาะด้าน เช่น สิว ฝ้า กระ หรือรอยแผลเป็นจากสิว การดูแลด้วย Pora Cool Program อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการรักษา และอาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้หัตถการอื่นร่วมด้วยตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล 

โปรแกรม Pora Cool ราคาเท่าไหร่? อัปเดตราคาล่าสุด 

การลงทุนดูแลสุขภาพผิวให้ฉ่ำฟู แข็งแรง และแต่งหน้าติดทนด้วย โปรแกรม Pora Cool Treatment นับเป็นการดูแลผิวอย่างล้ำลึกที่คุ้มค่า โดยทางคลินิกได้ออกแบบแพ็กเกจราคาให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน และผู้ที่ต้องการดูแลสภาพผิวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ดังนี้ 

  • ต้อนรับผิวใหม่! สิทธิ์ทดลองทำครั้งแรก (First Trial): ราคาพิเศษเพียง 2,800 บาท (เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ผลักวิตามินเย็นสบายไม่ง้อเข็มเป็นครั้งแรก) 
  • โปรแกรม Pora Cool ทั่วหน้า (รายครั้ง 1 ครั้ง): ราคา 6,500 บาท 
  • โปรแกรม Pora Cool ทั่วหน้า (คอร์สต่อเนื่อง 6 ครั้ง): ราคาพิเศษเพียง 32,500 บาท (ประหยัดทันที 6,500 บาท เท่ากับทำฟรี 1 ครั้ง! เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวและเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน) 

FAQs คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Pora Cool Treatment 

  • โปรแกรม Pora Cool เจ็บไหม? 
  • คำตอบ โดยทั่วไป โปรแกรมนี้ไม่ใช้เข็ม และมีการใช้ Cooling Therapy ระหว่างการรักษา ผู้เข้ารับบริการหลายคนจึงรู้สึกเย็นสบายระหว่างทำ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน 
  • หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่? 
  • คำตอบ จากข้อมูลของผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคลและคำแนะนำของผู้ให้บริการ 
  • โปรแกรม Pora Cool เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวหรือไม่? 
  • คำตอบ โปรแกรมนี้มีการใช้ LED Light Therapy ร่วมกับขั้นตอนการดูแลผิว ซึ่งอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันหรือมีแนวโน้มเกิดสิว อย่างไรก็ตาม หากเป็นสิวอักเสบรุนแรงหรือมีโรคผิวหนังร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อน 
  • สามารถแต่งหน้าหลังทำได้หรือไม่? 
  • คำตอบ โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ หากไม่มีข้อห้ามเฉพาะจากผู้ให้บริการ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวและให้ความสำคัญกับการป้องกันแสงแดด 
  • โปรแกรม Pora Cool เหมาะกับใครมากที่สุด? 
  • คำตอบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น สดใส ดูแลปัญหาสิว ผิวหมองคล้ำ หรือรูขุมขน รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ใช้หัตถการประเภทเข็ม ทั้งนี้ ควรได้รับการประเมินสภาพผิวก่อนเข้ารับบริการ 
  • Pora Cool ทำร่วมกับโปรแกรมเลเซอร์หรือหัตถการอื่นได้หรือไม่? 
  • คำตอบ สามารถวางแผนทำร่วมกับหัตถการความงามบางประเภทได้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายในการรักษา เช่น โปรแกรมเลเซอร์ดูแลเม็ดสี โปรแกรมฟื้นฟูผิว หรือโปรแกรมฉีดสารฟื้นฟูผิว โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมและกำหนดลำดับการรักษาในแต่ละราย 

สรุป ล็อคผิวสวย สุขภาพดี ปลุกออร่าแบบสบายผิว ต้องโปรแกรม Pora Cool ที่ SLC Clinic 

การดูแลผิวหน้าไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเจ็บเสมอไป โปรแกรม Pora Cool พิสูจน์แล้วว่าเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดและคุ้มค่า สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เติมความชุ่มชื้นเข้มข้น และจัดการปัญหาผิวหมองคล้ำ-สิว-รูขุมขน อย่างอ่อนโยนและเห็นผลจริง 

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมดูแลผิวแต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้และความเหมาะสมแตกต่างกัน การประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคลได้มากที่สุด หากสนใจเข้ารับบริการ Pora Cool Program หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผิว สามารถเข้ารับการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจ  

บอกลาความพยายามโบกครีมแพงๆ แต่ซึมไม่เข้า แล้วมาให้โปรแกรม Pora Cool Treatment ช่วยเซ็ตผิวใหม่ให้คุณสิ ผิวฉ่ำใส เรียบเนียน นุ่มเด้ง รอคุณอยู่ที่ SLC Clinic ทุกสาขา 

จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ https://booking.slc-group.com/   

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม     

Call Center : +66 2 714 9555     

Whatsapp : +66 96 116 0806     

Facebook : SLCclinic    

LINE : @SLChospital    

เอกสารอ้างอิง 

  • Avci P, Gupta A, Sadasivam M, et al. Low-Level Laser (Light) Therapy (LLLT) in Skin: Stimulating, Healing, Restoring. Seminars in Cutaneous Medicine and Surgery. 2013;32(1):41–52. 
  • Barolet D. Light-Emitting Diodes (LEDs) in Dermatology. Seminars in Cutaneous Medicine and Surgery. 2008;27(4):227–238. 
  • Calderhead RG, Vasily DB. Low Level Light Therapy with Light-Emitting Diodes for the Aging Face. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2016;9:17–24. 
  • Lee SY, You CE, Park MY. Blue and Red Light Combination LED Phototherapy for Mild to Moderate Acne Vulgaris. British Journal of Dermatology. 2007;157(3):547–551. 
  • Proksch E, Brandner JM, Jensen JM. The Skin: An Indispensable Barrier. Experimental Dermatology. 2008;17(12):1063–1072. 
  • Darlenski R, Fluhr JW. Influence of Skin Barrier Function on Dermatological Treatment. Clinics in Dermatology. 2012;30(3):311–318. 

SLC Clinic
ปรึกษาฟรี ทักเลย!

รับบริการปรึกษา ฟรี

บริการที่แนะนำ